ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

‘โควิด-19’ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ถูกอ้างอิงถึงบ่อยครั้ง ในฐานะสารตั้งต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบบริการสุขภาพ ภายในเวที ‘สัมมนาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาแพลตฟอร์มบริการการแพทย์ดิจิทัลปฐมภูมิ’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2567 โดยมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นเจ้าภาพ

แพลตฟอร์มหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการแพร่ระบาดโควิด-19 คือ ‘A-MED’ ซึ่ง ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพการแพทย์ สวทช. บอกเล่าว่า การเกิดขึ้นของ A-MED มากจากความคิดที่ว่า แพทย์และผู้ป่วยไม่น่าเจอกันได้ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดีจะต้องมีเครื่องมือเอาไว้ติดต่อ บันทึกข้อมูล ติดตามผู้ป่วย ฯลฯ จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งระบบสุขภาพทางไกล (Telehealth) ที่ใช้เวลาพัฒนาภายใน 2 เดือน เพื่อให้ทันใช้งานในระหว่างการแพร่ระบาดระยะแรก แต่เมื่อทำเสร็จแล้วก็ยังไม่ได้ใช้ เพราะการแพร่ระบาดเริ่มมีท่าทีสงบลง

กระทั่งการระบาดที่เกิดขึ้นในระลอกถัดมาที่มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น ช่วงนั้นหน่วยบริการบางแห่งมีการบันทึกข้อมูลผ่าน Google Sheet ขณะที่จำนวนผู้ป่วยมีอยู่หลักหมื่น ถึงแสนคน จึงได้มีการตัดสินใจนำเอา A-MED ไปนำเสนอในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งภายใน 3 วันก็ได้มีการมีทำระบบขึ้นมา และภายใน 1 สัปดาห์ก็สามารถพัฒนาจากระบบเล็กให้เป็นระบบใหญ่ได้ จนในที่สุดก็สามารถขยายได้ทั่วประเทศ

“เราทำมาเรื่อยๆ นำเสนอแต่ละโรงพยาบาลเพื่อดูว่าจะเชื่อมตรงไหนได้บ้าง แต่ทุกครั้งที่นำเสนอ สิ่งที่ได้กลับมาคือความต้องการของโรงพยาบาลของแต่ละแห่ง เราก็ปรับปรุงมาเรื่อยๆ จนมีเกือบ 200 เวอร์ชันที่เป็นซอฟต์แวร์” ดร.กิตติ ระบุ

เมื่อมาถึงช่วงเวลาที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ออกนโยบายดูแลตัวเองที่บ้าน (Home Isolation) และได้มีการพูดคุยกันถึงระบบตรวจสอบ นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เกิดระบบการแพทย์ทางไกล (Telehealth) ที่ทุกคนยอมรับ