เมื่อโควิด-19 พรากชีวิตไม่หยุด คร่าคนทั่วโลกไปแล้ว 4 ล้านราย ราวสงครามที่ดำเนินตลอด 40 ปี

thumbnail

ข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา พบว่าประชากรกว่า 4 ล้านรายทั่วโลก ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคโควิด-19 โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก คือราว 606,000 คน หรือคิดเป็น 15% จากทั้งหมด ตามมาด้วยประเทศบราซิล และอินเดียตามลำดับ

การเสียชีวิตได้ไต่ระดับมาต่อเนื่อง ภายหลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เชื้อไวรัสโควิด-19 มีสถานะเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ (Pandemic) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2563 จากนั้นยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกก็ได้เริ่มแตะ 1 ล้านรายเป็นครั้งแรก ในวันที่ 28 ก.ย. 2563

หลังจากนั้นได้ใช้เวลาเพียง 115 วัน ในการขยับตัวเลขเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 ล้านราย อีก 88 วัน ในการขยับขึ้นมาเป็น 3 ล้านราย และอีก 89 วัน จนขึ้นมาอยู่ที่ 4 ล้านราย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลกนั้น อาจจะสูงกว่าตัวเลขทางการดังกล่าวที่มีการรายงานออกมา เนื่องจากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังคงเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ ตัวเลขของผู้เสียชีวิตก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดวิ่ง ซึ่งรายงานข่าวจาก The Guardian แสดงให้เห็นว่าประเทศอังกฤษ ยังพบผู้เสียชีวิตในช่วงระหว่างวันที่ 1-7 ก.ค. 2564 รวม 161 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 42.5% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้น

รวมถึงในประเทศไทยเอง ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.ค. 2564 มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รวม 75 ราย ทะลุ New High อีกครั้งในขณะนี้ และทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมในประเทศรวมทั้งหมดแล้ว 2,462 ราย

มุมมองจากสถาบันวิจัยสันติภาพโลกออสโล (The Peace Research Institute Oslo.) ได้ระบุไว้ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้ เทียบได้กับจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามในทั่วโลก ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1982 เป็นต้นมา หรืออาจเทียบได้เป็น 50% ของประชากรในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ในช่วงที่ผ่านมายังมีปัจจัยใหม่ๆ อย่างโควิด-19 สายพันธุ์ “เดลต้า” ที่มีอัตราการแพร่กระจายที่รวดเร็ว ซึ่ง WHO ได้ให้คำนิยามสายพันธุ์นี้ว่าเป็น “สายพันธุ์ที่น่ากังวล” (Variants of Concern) โดยพบว่ามีการแพร่กระจายไปแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่มีการระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว ทั้งสหรัฐอเมริกา อิสราเอล หรือสหราชอาณาจักร เป็นต้น

โดยในสหรัฐอเมริกา ได้พบว่าสายพันธุ์เดลต้า เป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของตัวเลขผู้ป่วยใหม่ ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) นั่นจึงอาจพูดได้ว่าตัวเลขของการสูญเสียเหล่านี้ จะยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง : 
https://edition.cnn.com/2021/07/07/world/global-covid-death-toll-4-million-intl-hnk/index.html
https://www.theguardian.com/world/live/2021/jul/07/coronavirus-live-news-china-reports-highest-cases-since-january-russia-reports-record-deaths
https://apnews.com/article/coronavirus-pandemic-government-and-politics-health-8869272b1347540a2a19fbf56afbd6c9