ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ในปี 2545 ระบบสาธารณสุขของไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นั่นก็คือการเกิดขึ้นของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อเป็นหลักประกันให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงบริการสุขภาพโดยไม่ล้มละลายจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

ผ่านมา 20 กว่าปี จนถึงปี 2567 ระบบสาธารณสุขไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยยกระดับจาก "รักษาทุกโรค" เป็น "รักษาทุกที่" ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว

สาระสำคัญที่อยู่เบื้องหลังนโยบายนี้มี 2 ประการ คือ 1. เป็นการทำ Digital Transformation ระบบข้อมูลสุขภาพให้มีการเชื่อมต่อกันทั่วประเทศ ซึ่งผลลัพธ์ที่ประชาชนจะเห็นได้ชัดคือสามารถไปรับบริการที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ใบส่งตัว หน่วยบริการสามารถเรียกดูข้อมูลโรค การวินิจฉัยโรค และแนวทางการรักษาที่ได้ทำไปแล้วจากฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงกันระหว่างหน่วยบริการ และสามารถให้การรักษาได้ต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อนในการรักษาและการให้ยา เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสามารถนำข้อมูลสุขภาพซึ่งมีมหาศาลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์แนวโน้มเพื่อกำหนดนโยบายหรือมาตรการที่เหมาะสมและทันสถานการณ์อีกด้วย

เมื่อรักษาได้ทุกที่แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการคือต้องมีหน่วยบริการที่เพียงพอให้ประชาชนไปรับบริการด้วย ความสำคัญที่ 2. จึงเป็นการดึงคลินิกเอกชนเข้ามาร่วมโครงการเพื่อให้มีหน่วยบริการที่เพียงพอ และเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในภาคเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลสุขภาพประชาชนด้วย

คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมดูแลประชาชนในโครงการนี้ เรียกว่า “หน่วยบริการสาธารณสุขวิถีใหม่” ซึ่งประกอบด้วย ร้านยาชุมชนอบอุ่น คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น และรถทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มผู้ต้องขัง เด็กในสถานพินิจ เป็นต้น โดยบทบาทหลักจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ให้ประชาชนสามารถไปรับบริการใกล้บ้านโดยไม่ต้องไปเสียเวลาแออัดหรือรอที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน

ยกตัวอย่างเช่น ร้านยาชุมชนอบอุ่น ประชาชนสามารถไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแล้วกลับมารับยาที่ร้านยาใกล้บ้านได้เลยโดยไม่ต้องไปเสียเวลารอที่ห้องยาอีก หรือหากเจ็บป่วยเล็กน้อย ก็สามารถไปพบเภสัชกรเพื่อรับยาและคำแนะนำเบื้องต้นได้เลยโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล หรือแม้แต่บริการเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ก็สามารถไปที่ร้านยาได้ เช่น รับถุงยางอนามัย ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง เป็นต้น

ขณะที่คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ผู้ป่วยก็สามารถให้การรักษาเจ็บป่วยเบื้องต้นได้ เช่น การฉีดยา ทำแผล ล้างแผล รักษาโรคเบื้องต้น โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล และคลินิกพยาบาลฯ ยังมีบริการเยี่ยมบ้านเพื่อดูแลผู้ป่วยในชุมชนอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

เช่นเดียวกับโรคบางอย่างที่ต้องเจาะเลือดก่อนพบแพทย์ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยก็สามารถไปรับการเจาะเลือดที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่นใกล้บ้าน หรือในกรณีที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ทางคลินิกฯก็จะไปเจาะเลือดให้ถึงที่บ้าน เป็นต้น รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาสุขภาพในช่องปาก ก็สามารถไปรับบริการเบื้องต้นที่คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น ซึ่งจะได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ทั้งการอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ฯลฯ โดยไม่ต้องรอคิวนานที่โรงพยาบาลของรัฐ