ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ยกระดับ "วัดพระบาทน้ำพุ" เป็น "สถานชีวาภิบาลต้นแบบ" เขตสุขภาพที่ 4 พร้อมขึ้นทะเบียนเป็น "หน่วยชีวาภิบาล" ในระบบบัตรทอง รองรับผู้ป่วยระยะท้าย จ.ลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ให้การดูแลอย่างมีมาตรฐาน เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยระยะท้ายจากไปอย่างสงบ


นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ พระเทพเสนาบดี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร เป็นประธานเปิดสถานชีวาภิบาลต้นแบบสุขภาพเขตที่ 4 ที่วัดพระบาทน้ำพุ อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2567 โดยมี พระปัญญาวิสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ฝ่ายธรรมยุติ, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ., นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), ว่าที่ ร.ต.ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี, นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 4 คณะผู้บริหาร ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าร่วม

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ประเทศไทยวันนี้ได้เข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุมากขึ้นทั้งฆราวาสและพระสงฆ์ และมีปัญหาสุขภาพด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งส่วนหนึ่งยังมีภาวะเจ็บป่วยระยะท้าย สธ. จึงได้ขับเคลื่อนนโยบาย 1 เขตสุขภาพ 1 สถานชีวาภิบาล และวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี เป็นสถานชีวาภิบาลต้นแบบเขตสุขภาพที่ 4 โดยสถานชีวาภิบาลจะเป็นหน่วยดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างสงบสุข รวมถึงผู้สูงอายุ พระสงฆ์ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง จำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

สำหรับ วัดพระบาทน้ำพุ เป็นต้นแบบสถานชีวาภิบาลที่ให้วัดเข้ามาเป็นศูนย์กลางการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจัดตั้งเป็นสถานบริการสาธารณสุข ตามมาตรา 3 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ซึ่งจะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยระยะท้ายมีคุณภาพชีวิตที่ดีก่อนจากไปอย่างสงบ

ขณะเดียวกันยังเป็นการลดการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายของบุคลากรทางการแพทย์ โดยให้ชุมชนดูแลแทนตามหลักการและวิธีการที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังลดภาระค่าใช้จ่ายของญาติ ครอบครัว ที่ต้องดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ซึ่งเป็นภาระที่หนักสำหรับประชาชน