กรมวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ทำหนังสือ ‘วัคซีน-ยาชีววัตถุคุณภาพ’ ปี 63 เตรียมส่งให้ สสจ. ทั่วประเทศใช้อ้างอิง

thumbnail

สธ. จัดทำหนังสือรายชื่อวัคซีนและยาชีววัตถุคุณภาพ ปี 2563 เป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้ในประเทศไทย


นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีวัคซีนและยาชีววัตถุที่ขึ้นทะเบียนจำหน่ายไว้มากกว่า 200 ตำรับ และในแต่ละปีมีผลิตภัณฑ์วัคซีนและยาชีววัตถุที่ใช้สำหรับมนุษย์ที่ยื่นขอการรับรองรุ่นการผลิตเพื่อจำหน่ายมากกว่า 700 รุ่นการผลิต (lot) และบางผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนไว้ไม่ได้มีการนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย หรือบางตำรับได้ยกเลิกทะเบียนไปแล้ว 

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เล็งเห็นความสำคัญในการเข้าถึงวัคซีนและยาชีววัตถุที่มีคุณภาพของคนไทย เพื่อให้ประชาชนได้มีแหล่งข้อมูลของรายชื่อวัคซีนและยาชีววัตถุที่มีจำหน่ายในประเทศ และสามารถเข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว จึงได้จัดทำ “หนังสือรายชื่อวัคซีนและยาชีววัตถุคุณภาพ ปี 2563” ขึ้นเป็นครั้งแรก

สำหรับเนื้อหา ประกอบด้วย ข้อมูลรายชื่อ ชนิด ประเภท เลขทะเบียนและชื่อผู้ผลิตที่มีการผลิตและนำเข้ามาในประเทศภายในช่วงระยะเวลา 3-5 ปี (2559-2563) โดยมีการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกรายชื่อผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ต้องมีการรับรองรุ่นการผลิตก่อนออกจำหน่าย และกลุ่มที่ไม่ต้องมีการรับรองรุ่นการผลิตก่อนออกจำหน่าย เพื่อให้สามารถเข้าถึงรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่เป็นปัจจุบัน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้ผลิตภัณฑ์วัคซีนและยาชีววัตถุให้กับประชาชนและระบบสาธารณสุขของประเทศ

หนังสือรายชื่อวัคซีนและยาชีววัตถุคุณภาพ ปี 2563 ถือเป็นหนังสือเล่มแรกของหน่วยงานและได้จัดส่งให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ สถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้นำลงเผยแพร่ให้สามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ในเว็บไซต์ของสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยการสแกน QR code หรือ http://biology.dmsc.moph.go.th/page-view/373 

“ขอชี้แจงว่าผลิตภัณฑ์วัคซีนและยาชีววัตถุที่ไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีคุณภาพ เพียงแต่ผลิตภัณฑ์นั้นมีข้อมูลสำหรับใช้ประเมินไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น ไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศในช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้ขาดข้อมูลในการประเมินความสม่ำเสมอในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หากในการปรับปรุงข้อมูลครั้งต่อไปและผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ก็จะได้รับการคัดเลือกให้มีรายชื่อในหนังสือฉบับถัดไป” นพ.ศุภกิจ กล่าว