ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ร่วมอภิปรายเวที “ระดมความเห็นพัฒนาหลักเกณฑ์บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2567” เครือข่ายสถานพยาบาลสมาพันธ์ฯ ขอความเป็นธรรมให้ รพ. เหตุต้องแบกรับค่าบริการจากอัตราจ่ายของ สปสช. ที่ไม่สะท้อนต้นทุนจริง ชมรม รพศ./รพท. เปิดมติ 7 ข้อเสนอต่อ สปสช. เพื่อหนุนการให้บริการดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองของ รพ. ย้ำไม่ปรับอัตราจ่ายค่าบริการกลางปี ขณะที่ชมรม ผอ.รพช. ฝากดูแลต้นทุนบริการผู้ป่วยนอก พร้อมห่วงอนาคตงบเหมาจ่ายผู้ป่วยนอกอาจถูกกระจายลง รพ.สต.ที่ถ่ายโอนสู่ท้องถิ่น ขณะที่ ชมรม ผอ.รพ.สต. และผู้แทนคลินิกเอกชนใน กทม. เสนอให้ ปชช. มีรายได้ร่วมจ่าย เพื่อสมทบงบประมาณและให้ระบบยั่งยืน ด้าน สปสช. รับทุกความเห็น ข้อเสนอ รวบรวมเสนอต่อ บอร์ด สปสช.            


เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2567 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ในเวทีการอภิปราย “ระดมความเห็นพัฒนาหลักเกณฑ์บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2567 เพื่อประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมีผู้แทนหน่วยบริการในระบบสาธารณสุขที่ร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ร่วมการอภิปรายนี้ โดยมี ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินรายการ และมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ประธานอนุกรรมการสื่อสารสังคมและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้และผู้รับบริการ สปสช. พร้อมด้วย รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร และ ดร.ดวงตา ตันโช กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ร่วมรับฟังการอภิปราย
     
รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ เครือข่ายสถานพยาบาลสมาพันธ์ผู้ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวว่า ในระยะ 10 ปี สปสช. ได้ปรับเพิ่มงบประมาณจากปี 2557 จำนวน 1.54 แสนล้านบาท เป็น 2.17 แสนล้านบาท ในปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 โดยงบเหมาจ่ายรายหัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ขณะที่ชุดสิทธิประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นตลอด ซึ่งพบว่ายังไม่มีการพูดถึงความเป็นธรรมต่อผู้ให้บริการที่ต้องรับภาระการให้บริการเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสถาบันทางการแพทย์หรือโรงเรียนแพทย์บางแห่ง ต้องแบกรับต้นทุนในการดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองสูงถึง 500-700 ล้านบาท ขณะที่ สปสช. จ่ายเงินตามค่าบริการตามที่กำหนด ดังนั้นหากให้บริการมากโรงเรียนแพทย์ก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง ตรงนี้เหมือนระเบิดเวลา ฉะนั้นอยากให้ สปสช. พิจารณาต้นทุนการบริการที่สะท้อนความเป็นจริงในทุก 3 -5 ปี เพื่อให้เป็นธรรมกับผู้ให้บริการ พร้อมเข้ามาสนับสนุนการให้บริการผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ทั้งการลงทุนเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ช่วยให้หน่วยบริการไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง นอกจากนี้ สปสช. ควรเปิดเผยยอดงบประมาณ หรือกรณีมีเงินเหลือว่ามีจำนวนเท่าใด เพื่อให้หน่วยบริการทราบถึงการบริหารจัดการงบประมาณกรณีมีเงินเหลือ หรือได้รับเงินคืนด้วย