ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

“สมศักดิ์” ลุกแจงสภาฯ  ยอมรับงบ สธ. ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องบริหารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โชว์ แก้ยาเสพติด ปรับเหลือ 1 เม็ด-ชี้ผู้ขาย ยัน วางแผนเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมหนุนออกจาก ก.พ. ย้ำ 5 นโยบายเร่งรัดพัฒนา “30 บาท-ยาเสพติด-อสม.-เศรษฐกิจสุขภาพ-เทคโนโลยี”


วันที่ 20 มิ.ย. 2567 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) ได้ชี้แจงงบประมาณ สธ. ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ว่า ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ได้วิพากษ์งบประมาณของ สธ. ซึ่งประเด็นสำคัญคือ ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของงานสาธารณสุข โดยผู้อภิปรายหลายคน ยังเห็นว่า งบประมาณของ สธ. น้อยเกินไป แต่รัฐบาลขอยืนยันว่าได้ผลักดันให้เพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่เพียงพอตามที่ สส. ได้อภิปราย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องหาวิธีในการบริหารอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 

1

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการแก้ปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ก็ขอขอบคุณที่ห่วงใยเรื่องงบประมาณน้อย แต่การดูแลเด็ก ยังมีงบประมาณจากอีกหลายหน่วยงาย ซึ่งไม่ใช่จากกรมอนามัยเพียงอย่างเดียว โดยทราบว่า ยังเกี่ยวข้องกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ต้องดูแลความสมบูรณ์ของทารกด้วย ซึ่งมีเด็กเกิด 4.5 แสนคน แต่มาใช้บริการตรวจความสมบูรณ์ 1.8 แสนคน ดังนั้น สธ. ก็ต้องบูรณาการให้ครบถ้วน รวมถึงแก้ปัญหาการมีบุตรน้อยด้วย เพราะปัจจุบันมีบุตรเฉลี่ย 1.2 คน ทั้งที่ควรมี 2.1 คน 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องยาเสพติด ตั้งแต่ที่มารับหน้าที่ตรงนี้ ก็ได้เปลี่ยนแนวทางให้สันนิษฐานยาบ้า 1 เม็ด เป็นผู้เสพ แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เพิ่มว่า ต้องสอบสวนด้วย ถึงจะได้รับสิทธิบำบัด เพื่อจะได้รู้ว่า ผู้ค้าคือใคร เพื่อขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์ ส่วน สธ. ก็มีหน้าที่บำบัดผู้ติดยาเสพติด ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมีผู้ป่วยเข้าบำบัดปีละ 1.1 แสนราย แต่ถ้าใช้กฎหมายครบ ก็จะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น ส่วนกรณีรถกู้ภัย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ก็กำลังดูอยู่ เพราะได้รับทราบว่า รถกู้ภัยยังไม่ครบทุกตำบล จึงจะพัฒนาเป็นความร่วมมือระหว่าง สพฉ. กับ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รวมถึงจากที่ได้เข้าไปเยี่ยมพบว่า บางครั้งมีปัญหารถปลอมเข้ามา จึงจะแก้ด้วยการให้กรมขนส่ง ทำทะเบียนพิเศษให้

“การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เราทำแผนไว้แล้ว โดยในปี 2577 เราประเมินว่า แพทย์ควรมีเพิ่มอีก 4.1 หมื่น คน พยาบาล 5.7 หมื่นคน พร้อมเห็นด้วยว่า บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนัก จึงพร้อมสนับสนุนให้นำข้าราชการ สธ. ออกจาก ก.พ. (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนทำงานหนัก รวมถึง อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ก็เป็นกำลังสำคัญ ตนจึงอยากทำกฎหมายให้ อสม. มีความยั่งยืน และมีที่ยืน จึงขอให้ สส. ช่วยกันทำให้ อสม. มีความยั่งยืนด้วย” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สธ. ยังมีนโยบายเร่งรัดพัฒนา 5 ด้าน คือ 1. ยกระดับ 30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว งบประมาณ 167,753 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงระบบรักษา ลดแออัด ลดเดินทาง และยกระดับดิจิทัลสุขภาพ พร้อมเพิ่มเหมาจ่ายรายหัว จาก 3,472 บาท/คน เป็น 3,844 บาท/คน 2. แก้ไขปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติดอย่างบูรณาการ งบประมาณ 1,330 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพการบำบัดรักษา และดูแลผู้ป่วยตามระดับอาการ 

3. การแพทย์ปฐมภูมิ และ อสม. โดยยกระดับหน่วยบริการปฐมภูมิ 2,700 แห่ง งบประมาณ 2,520 ล้านบาท เสริมความเข้มแข็ง อสม. เพื่อคัดกรองสุขภาพเชิงรุก และค่าป่วยการ งบประมาณ 2.58 หมื่นล้านบาท  4. Medical & Wellness Hub เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ เพราะมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมการแพทย์ สูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนมูลค่าเศรษฐกิจสมุนไพรในตลาดโลก 1.7 ล้านล้านบาท จึงตั้งงบประมาณ 905 ล้านบาท เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ และตั้งงบประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนแพทย์แผนไทย และ 5. เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ยกระดับการใช้เทคโนโลยี และการศึกษาวิจัย งบประมาณ 10,298 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพ