ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

“นายกสภาเทคนิคการแพทย์” เผย สปสช. รับหลักการข้อเสนอขยายรายการบริการตรวจแล็บใน “คลินิกเทคนิคการแพทย์” ภายใต้ 30 บาทรักษาทุกที่ฯ ให้เพิ่มขึ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา 


ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ เปิดเผยกับ “The Coverage” ว่า ช่วงที่ผ่านมาทางสภาฯ มีการทำหนังสือบันทึกข้อความเสนอให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิจารณาขยายรายการบริการให้คลินิกเทคนิคการแพทย์ (แล็บ) ที่เข้าร่วมในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว สามารถให้บริการได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบริการที่กำหนดไว้ในขณะนี้จำนวน 24 รายการนั้น ยังไม่ครอบคลุมรายการที่จำเป็นทั้งหมด เช่น การตรวจระดับเกลือแร่ในร่างกาย เป็นอาทิ ซึ่งทำให้เมื่อโรงพยาบาลส่งต่อให้ทางคลินิกเทคนิคการแพทย์ตรวจรายการที่จำเป็นแต่ไม่ได้กำหนดไว้เหล่านี้ ทางคลินิกเทคนิคการแพทย์ไม่สามารถให้บริการได้ และส่งผลให้ประชาชนต้องกลับไปตรวจที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม

1

ทั้งนี้ รายการบริการที่ทางสภาเทคนิคการแพทย์ เสนอให้ สปสช. พิจารณนั้น หากผ่านทั้งหมด จะทำให้มีความครอบคลุมเพิ่มขึ้นอีกหลายรายการ โดยมีทั้งในส่วนของบริการเจาะเลือดและตรวจแล็บกรณีผู้ป่วยนอก (OP) และบริการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (P&P) เช่น การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี/ซี และโรคเอดส์ ฯลฯ ซึ่งเบื้องต้น สปสช. รับหลักการของข้อเสนอแล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพิจารณา ก่อนออกเป็นประกาศต่อไป

ทนพ.สมชัย กล่าวต่อไปว่า นอกจากการขับเคลื่อนดังกล่าวแล้ว ทางสภาเทคนิคการแพทย์ยังจะมีการขยายขอบข่ายการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่คลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ฯ เพื่อเพิ่มจำนวนคลินิกให้พร้อมรองรับการให้บริการประชาชนด้วย เพราะจำนวนคลินิกเทคนิคการแพทย์ที่เข้าร่วมโครงการในปัจจุบันยังมีจำนวนไม่มาก และไม่เพียงพอในบางพื้นที่

อีกทั้งทางสภาฯ ก็ได้รับเสียงสะท้อนบางส่วนจากคลินิกเทคนิคการแพทย์ที่เข้าร่วมในเรื่องเงินชดเชยจาก สปสช. ที่อาจจะไม่มาก และบางรายการยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริง เช่น รายการที่เป็นการเจาะเลือดที่บ้านผู้ป่วย อย่างผู้สูงอายุที่มีภาวะติดเตียง ซึ่งแม้ว่าจะสะดวกกับผู้ป่วยที่ไม่ต้องเสียเวลา และค่าเดินทางไปเจาะเลือดที่คลินิกเทคนิคการแพทย์หรือโรงพยาบาล แต่ค่าชดเชยที่คลินิกฯ ได้รับนั้นไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่คลินิกต้องให้บริการ

ดังนั้น จึงมองว่าหาก สปสช. สามารถขยายรายบริการให้คลินิกเทคนิคการแพทย์ให้สามารถให้บริการได้มากขึ้น รวมถึงปรับปรุงเรื่องอัตราการจ่ายชดเชยก็จะเป็นอีกส่วนที่ช่วยให้มีคลินิกเทคนิคการแพทย์เข้าร่วมได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีคลินิกเทคนิคการแพทย์อยู่ทั่วประเทศ 800 กว่าแห่ง สปสช. ตั้งเป้าให้คลินิกเข้าร่วมไว้ที่ 360 แห่ง ซึ่งตอนนี้มีคลินิกฯ เข้าร่วมได้ประมาณครึ่งหนึ่งแล้ว ทางสภาเทคนิคการแพทย์จะพยายามเชิญชวนต่อไป เพราะเห็นถึงแนวโน้มของการเปิดคลินิกฯ ที่มากขึ้น และมีคลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ขออนุญาตเปิดเพื่อรองรับในส่วนนี้โดยเฉพาะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

“ทางสภาฯ เองก็จะพยายามเร่งพิจารณามาตรฐานการให้บริการให้ขั้นตอนรวดเร็วมากขึ้นด้วย เนื่องจากคลินิกเทคนิคการแพทย์ต่างๆ จำเป็นต้องผ่านการรับรองระบบคุณภาพก่อนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งปัจจุบันยังมีจำนวนไม่เยอะมาก โดยหากต้องการขยายให้คลินิกเอกชนเข้าร่วมมากขึ้น จำเป็นต้องแก้ไขขั้นตอนนี้ให้เร็วขึ้น” นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ระบุ

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการเรื่องอื่นๆ ที่อาจไม่เกี่ยวกับโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ฯ โดยตรงนั้น จะมีในส่วนของการเตรียมจัดอบรมให้กับนักเทคนิคการแพทย์เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สามารถให้คำปรึกษาโรคเอชไอวี (HIV) ได้มากขึ้นด้วย ภายหลังเล็งเห็นว่าตรวจคัดกรองโรคเอชไอวีนั้น ผู้ให้บริการควรต้องมีการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนที่มาตรวจได้ด้วย ทั้งก่อนและหลังการตรวจ โดยขณะนี้ทาง สภาฯ กำลังเตรียมขอความร่วมมือจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สนับสนุนในเรื่องการอบรมดังกล่าว

2