ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ผนึกกําลัง 10 องค์กรการแพทย์ ร่วมลงนามแลกเปลี่ยนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม "MDCU MEDUMORE" มุ่งเป็น "ศูนย์กลางคลังความรู้การแพทย์ระดับนานาชาติ"


คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีลงนามทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านทางแพลตฟอร์ม MDCU MedUMore ภายใต้แนวคิด 1-2-10 (1 to 10) Med Ed Exponential ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กับ 10 องค์กรการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

สำหรับ 10 องค์กรการแพทย์ที่ร่วมลงนาม ประกอบด้วย แพทยสภา สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย สภาเทคนิคการแพทย์ Faculty of Medicine, University of Health Sciences, Lao People’s Democratic Republic. สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการเเพทย์ไทย

ทั้งนี้ แนวคิด 1-2-10 (1 to 10) Med Ed Exponential แต่ละส่วนมีความหมาย คือ 1 หมายถึงวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านคลังความรู้ออนไลน์ด้านสุขภาพ การแพทย์และสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 2 หมายถึงการดำเนินงานมาเป็นปีที่ 2 และมีการเข้าชมกว่า 2 ล้านครั้ง สามารถรองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่และการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเพียงแค่ในตำรา โดยรวบรวมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ตลอดจนการประชุมวิชาการ

ในขณะที่ 10 หมายถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการศึกษาทางด้านการแพทย์ หรือแบบ Exponential โดยการมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมให้ความรู้ทางการแพทย์ และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของบุคลากรจาก 10 องค์กรแพทย์ ส่งเสริมให้ MedUMORE เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ สู่การเผยแพร่องค์ความรู้ทุกมิติบน Digital Platform ที่มีมาตรฐานเชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลก ให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกรวดเร็ว ต่อเนื่อง และปลอดภัย

2

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า ทางคณะฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมที่จะผลักดันให้แพลตฟอร์ม MDCU MedUMore เป็นโมเดลการเรียนการสอนที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาแพทย์แบบดั้งเดิม ไปสู่รูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนาบัณฑิตแพทย์ยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

"การผสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และองค์กรทางการแพทย์ชั้นนำในระดับประเทศและต่างประเทศ มีส่วนช่วยให้แพลตฟอร์มการเรียนรู้อย่าง MDCU MedUMore แข็งแกร่งและเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและโลกอย่างมาก" รศ.นพ.ฉันชาย กล่าว

3

ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า นับจากเริ่มเปิดตัวเมื่อเดือน มิ.ย. 2565 จวบจนถึงปัจจุบัน “MDCU MedUMore” มีผู้เข้าชมครบมากกว่า 2 ล้านครั้ง ซึ่งเห็นได้ว่าแพลตฟอร์ม MDCU MedUMore นี้ สามารถตอบโจทย์เรื่องความรู้ทางการแพทย์ให้แก่ผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นนิสิตแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ แบบไร้ขีดจำกัด สะดวก ดูได้ทุกพื้นที่และเข้าใจง่าย

ในส่วนขององค์ความรู้ที่ให้บริการยังมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ E-Book คลิปวิดีโอ และเทคโนโลยีเสมือนจริง AR/VR ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการนำเทคโนโลยี AI GPT Integration และ Multi Visual Learning เข้ามาเป็นตัวช่วยการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนด้วย

ศ.พญ.นิจศรี กล่าวอีกว่า ในส่วนทิศทางการดำเนินงานในอนาคตอันใกล้ “MDCU MedUMore” จะขยายความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรไปในองค์กรต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีข้อมูลที่หลากหลายเหมาะกับนิสิต นักศึกษาแพทย์ยุคใหม่ที่ต้องการข้อมูล ความรู้ที่รวดเร็วทันสมัย จนในที่สุดจะสามารถพัฒนาให้ “MDCU MedUMore” เป็นศูนย์กลางความรู้ออนไลน์ด้านการแพทย์ที่ครอบคลุมที่สุด

พร้อมทั้งจัดระบบองค์ความรู้ด้านการแพทย์ที่มีอยู่ในหลายแพลตฟอร์มให้อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อเชื่อมต่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการจัดประชุมวิชาการในรูปแบบใหม่ โดยที่จะบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์สู่ความเป็นเลิศ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบการศึกษา และสร้างความเท่าเทียมด้านสาธารณสุข รวมทั้งเป็นผู้นำและศูนย์กลางการเรียนรู้ระดับนานาชาติ

4

ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “MDCU MedUMore” ได้รวบรวมคอนเทนต์ด้านการแพทย์ไว้มากกว่า 2,000 คอนเทนต์ และคอร์สเรียนออนไลน์เนื้อหาด้านการแพทย์มากกว่า 900 คอร์สเรียน และยังมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย ให้ความรู้เรื่องโรคภัยต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนในสังคมผ่านคลิปวิดีโอสั้นในช่วง “หมอขอเล่า” โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่างๆ ถ่ายทอดความรู้อย่างถูกต้อง โดยมุ่งเป้าหมายให้เกิดพฤติกรรมการแชร์ข้อมูลสุขภาพบนมาตรฐานความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้องในสื่อโซเชียล

"เนื่องจากหลายครั้งสังคมส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แต่หากเข้ามาสืบค้นใน MDCU MedUMore ก็จะได้รับรู้ข้อมูลถูกต้องที่มาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ โดยตรง ซึ่งความพิเศษของแอปฯ MDCU MedUMore จะมีระบบจดจำประวัติการเข้าเรียน สามารถแนะนำเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียนตามความสนใจในแต่ละบุคคล เหมาะสำหรับนักเรียน นิสิตและนักศึกษาแพทย์ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และคอร์สชมฟรีสำหรับประชาชน แบบไม่ต้อง Login เมื่อเรียนแล้วยังสามารถทำแบบทดสอบวัดความเข้าใจ และได้รับ Certificate เมื่อเรียนจบอีกด้วย" ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรินทร์ ระบุ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาเรื่อง “Future Education, Future Learners, and Future Healthcare อนาคตการศึกษาเพื่อการแพทย์ และสาธารณสุขยุคใหม่ของไทย” โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ผู้รักษาการแทนอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ร่วมพูดคุยในการเสวนา

1

ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการศึกษา และมองถึงความสำคัญของการสร้างบัณฑิตยุคใหม่ที่มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะบทบาทของมหาวิทยาลัยนั้น นอกจากจะเป็นแหล่งรวมความรู้แล้วยังต้องเป็นแหล่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อตอบโจทย์ประชาชนชาวไทย ขยายขอบเขตกว้างถึง Global citizen หรือประชากรโลกนั่นเอง

“วันนี้ผมภูมิใจกับคณะแพทยศาสตร์ที่มีแพลตฟอร์ม MDCU MedUMore และภูมิใจที่จุฬาฯ มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ MDCU MedUMore เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีการรวบรวมเนื้อหาที่ครอบคลุมในหลายด้าน และองค์ความรู้จากความร่วมมือของหลายองค์กรชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพเงินและการลงทุน ทักษะด้านบริหารและการจัดการ จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่จะช่วยให้ท่านได้เติบโตขึ้นได้ ดังนั้น ปัจจุบันเราไม่ได้ก้าวตามโลกอีกต่อไป แต่จุฬาฯ จะก้าวล้ำโลก เราเป็นผู้ที่ชี้นำในระดับโลก ความเป็น Pioneer หมายความว่าเรามีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำ (Leading) กล่าวโดยสรุปคือเรานำองค์ความรู้มาชี้นำสังคม ชี้นำประชากรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนี่คือบทบาทที่ยิ่งใหญ่ของจุฬาฯ” ศ.ดร.วิเลิศ ระบุ

ขณะที่ รศ.ดร.ชัชชาติ กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาการทำงานในรูปแบบแพลตฟอร์ม (Platform) เพราะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลงได้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างการที่ กทม. ได้นำแพลตฟอร์มมาใช้ในการจัดการเรื่องร้องเรียน

“คนมักจะร้องเรียนนอกเวลาราชการ ซึ่งมีมากถึง 60% ดังนั้นเป็นการดีที่คณะแพทย์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มระบบสาธารณสุข และการให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยต่อประชาชนในเมืองหลวง และการมีส่วนช่วยสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขและการแพทย์ของ กทม." รศ.ดร.ชัชชาติ กล่าว

ด้าน พล.อ.ท.นพ.อิทธพร กล่าวถึงบทบาทของแพทยสภาในการกำกับมาตรฐานการศึกษาแพทย์ให้ได้คุณภาพ ระบุว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าแพทยสภามีส่วนช่วยในการสร้างมาตรฐานการผลิตบัณฑิตแพทย์ ซึ่งมีแพทย์ที่จบการศึกษาประมาณปีละ 3,000 คน จาก 25 มหาวิทยาลัย ไปดูแลประชาชนทั่วประเทศ ขณะเดียวกันแพทย์เองจะต้องเรียนรู้ทักษะด้านการรักษาเพิ่มเติมจาก 14 ราชวิทยาลัย 95 สาขาความเชี่ยวชาญ ซึ่งการฝึกฝนและการเรียนรู้ทางการแพทย์นั้นจะหยุดนิ่งไม่ได้

"วันนี้ MDCU MedUMore ตอบโจทย์หลายอย่างมากๆ ให้คุณหมอหลายท่านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่ไม่มีเวลาเดินทางมาเข้าประชุมวิชาการหรืออัพเดทความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ การเรียนรู้ผ่าน MDCU MedUMore แพทย์สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทยสภาสนับสนุนและพร้อมขับเคลื่อน" พล.อ.ท.นพ.อิทธพร กล่าว

พล.อ.ท.นพ.อิทธพร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันแพทยสภาได้นำองค์ความรู้หลายชุดใส่เข้าไปและให้แพทย์เข้ามาทดลองเรียนรู้ ซึ่งเกิดประโยชน์อย่างมาก ตอบโจทย์การรักษาเป็นอย่างมาก แพทย์สามารถศึกษาหาความรู้จากที่ใดก็ได้ และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ได้ทันทีให้กับคนไข้ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เท่าเทียมกับการรักษาในเมืองหลวง