ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เทคโนโลยีที่ก้าวไม่หยุด นำพาให้ชีวิตประจำวันของผู้คนเกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในรูปธรรมนั้นคือเทคโนโลยี ‘ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ’ หรือ Vending Machine ที่เข้ามามีบทบาทกับชีวิตผู้คนสมัยใหม่มากขึ้น ด้วยความเข้าถึงได้ทันทีที่ต้องการ ตัดปัญหาเรื่องการเดินทางหรือกรอบระยะเวลาของการใช้บริการ

ขณะเดียวกัน พัฒนาการล่าสุดของตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ก็ไม่ได้จำกัดอยู่กับสินค้าประเภทของกินของใช้ทั่วไปเท่านั้น เมื่อล่าสุดเราเริ่มได้พบกับตู้อัตโนมัติที่ชื่อว่า “Medis” ซึ่งภายในบรรจุสินค้า 'ยาสามัญประจำบ้าน' หลากหลายชนิด ตั้งรอจำหน่ายอยู่ใต้ถุนคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่พร้อมให้บริการได้แบบ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์

1

ส่อง ‘ตู้ยา Medis’ สินค้าเพียบกว่า 48 รายการ พร้อมให้บริการ 24/7 

‘ตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ’ ของ Medis มีขนาดสูงประมาณ 2 เมตร กว้างอีกราว 1 เมตร ภายในมียาสามัญประจำบ้าน รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพ และรักษาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น ไล่เรียงตั้งแต่ หน้ากากอนามัย, แผ่นประคบเย็น-ร้อนคลายกล้ามเนื้อ, แผ่นประคบลดไข้, ผ้าอนามัย, ชุดทำความสะอาดแผลเบื้องต้น ฯลฯ

นอกจากนั้นยังมี ยาดม, ชุดอุปกรณ์ล้างจมูก, ยาแก้ปวดลดไข้, ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก, ยาอมแก้เจ็บคอ, น้ำขิงแก้เจ็บคอ, ยาน้ำแก้ไอ, ยาแดง, ครีมนวดคลายกล้ามเนื้อ, ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น, น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์, วิตามินทั้งชนิดเม็ดและน้ำ รวมถึงยาฟ้าทะลายโจร เป็นต้น

เบื้องต้นเท่าที่เรานับได้จากตู้จำหน่ายยาอัตโนมัตินี้ มียาสามัญประจำบ้านพร้อมขายอยู่ไม่น้อยกว่า 48 รายการ

ขณะเดียวกัน ถัดจากบริเวณกระจกทางด้านซ้ายที่แสดงให้เห็นถึงสินค้าภายในตัวเครื่องแล้ว ด้านขวามือยังมีจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ ที่เอาไว้สำหรับกดเลือกสินค้าหรือยาที่ต้องการ พร้อมวิธีการจ่ายเงินที่สามารถเลือกได้ทั้งแบบเงินสด สแกนจ่าย ไปจนถึงบัตรเครดิต/เดบิต

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือระบบที่เครื่องนี้บอกว่าสามารถปรึกษากับ ‘เภสัชกร’ ผ่านระบบวิดีโอคอลได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะมีช่องเสียบบัตรประชาชนเพื่อเริ่มกระบวนการปรึกษากับเภสัชกร ซึ่งเป็นบริการที่จะเปิดให้เพิ่มเติมจากเครื่องจำหน่ายยาอัตโนมัติของ Medis ในเร็วๆ นี้

พร้อมกันนั้น บริเวณหน้าตู้ยังมีข้อความที่ระบุว่า 'Supplied by ร้านยากรุงเทพ' ซึ่งน่าจะบ่งบอกได้ถึงที่มาของยาสามัญประจำบ้านภายในตู้อัตโนมัตินี้ ที่รับรองมาตรฐานและคุณภาพโดยร้านยากรุงเทพ ที่มีหลายสาขาอยู่ทั่วประเทศ

จากการสังเกตยังพบว่ามีลูกบ้านของคอนโดฯ แห่งนี้ ที่แวะเวียนเข้ามาเลือกซื้อยาสามัญที่ต้องการ โดยจากการสอบถามส่วนใหญ่ก็สะท้อนว่ามีความสะดวก เพราะหากปวดหัว ไม่สบาย ตัวร้อน หรือเป็นไข้ ก็จะพยายามพาตัวเองออกจากห้อง ลงลิฟท์มาข้างล่างและไปกดเอายาที่ตู้นี้ได้เลย ทำให้เห็นได้ว่านี่กำลังจะเป็นเทรนด์ของการเข้าถึงบริการสุขภาพที่สะดวกมากขึ้น และกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจะได้รับความสนใจจากภาคเอกชน

2

ดังตัวอย่างของเครื่อง Medis ที่มีบริษัทสตาร์ทอัพของคนไทย “เมดิส คอร์ปอเรชั่น” เป็นเจ้าของ ซึ่งเข้ามาจับกลุ่มเป้าหมายคนเมืองด้วยการนำเครื่อง Vending Machine จำหน่ายยาสามัญประจำบ้านมาเชื่อมโยง โดยพวกเขาระบุไว้ในเว็บไซต์บริษัทฯ ว่านี่คือ “ตู้จำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร 24 ชั่วโมง” และยังเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่ทำเรื่องนี้ด้วย

พวกเขาย้ำว่าภายในตู้นี้จะบรรจุไปด้วย ยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ อาหารเสริม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และสินค้าอื่นๆ ที่สามารถซื้อได้ด้วยตนเอง ให้สามารถเลือกซื้อได้ผ่านตู้จ่ายยาอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง 

ก้าวถัดไปมา ‘ตู้ยา’ ปรึกษากับ ‘เภสัชกร’ ได้ทันที 

3

‘The Coverage’ มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรมประเทศไทย ในฐานะเจ้าของตู้ยา Medis ดังกล่าว ถึงที่มา-ที่ไปของธุรกิจนี้

เขาฉายภาพว่าตู้ยา Medis มีจุดเริ่มต้นจากการเห็นถึง ‘Pain Point’ ของคนเมือง ที่เมื่อเจ็บป่วยในยามกลางคืน แต่ไม่หนักถึงกับต้องไปพบหมอที่โรงพยาบาล หากเพียงแค่ต้องการยาสามัญประจำบ้าน การจะเดินไปร้านสะดวกซื้อก็อาจมีความยุ่งยาก และเต็มไปด้วยความกังวล กลัวอันตราย หรือหากจะไปร้านยาก็พบว่าส่วนใหญ่ปิดร้านกันประมาณ 3 ทุ่ม

เขาเล่าตัวอย่างแม้กระทั่งตนเอง ที่ได้ชื่อว่าจะเป็นเจ้าของโรงงานยา แต่เมื่อลูกป่วยในเวลากลางคืน เขาก็ต้องขับรถวิ่งออกไปหาร้านยาเพื่อซื้อยามาให้ลูก ซึ่งจุดนี้เองก็ทำให้เขาเห็นว่า ‘ตู้ยาอัตโนมัติ’ จะเข้ามาตอบโจทย์ให้กับคนเมืองในการเข้าถึงยาสามัญประจำบ้านได้

หากแต่การมีตู้จำหน่ายเพียงอย่างเดียวอาจจะยังธรรมดาเกินไป เพราะด้วยเทคโนโลยีที่รุดหน้า ทำให้ตู้ยา Medis จึงเพิ่มฟังก์ชั่นต่างๆ เข้าไปด้วย ทั้งการวัดอุณหภูมิร่างกาย วัดความดัน ไปจนถึงการวางระบบเทเลเมดิซีน หรือการแพทย์ทางไกลเพื่อปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร ผ่านตู้ยา Medis ได้ในอนาคต

ดร.สิทธิชัย เสริมว่า ตู้ยา Medis จึงเปรียบเสมือนตู้ยาสามัญประจำบ้านสำหรับคนเมือง ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกสบาย และในอนาคตก็ยังจะเป็นมากกว่าตู้ที่จ่ายยาสามัญทั่วไป แต่จะสามารถจ่ายยาในระดับที่สูงขึ้นได้ ผ่านการปรึกษาพูดคุยกับเภสัชกรผ่านระบบออนไลน์ของตู้ยา

มากไปกว่านั้น  หากในอนาคตมีการเชื่อมต่อการให้บริการของตู้ยา Medis ไปสู่ประชาชนที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพในแต่ละกองทุน ทั้งสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง 30 บาท) สิทธิประกันสังคม ไปจนถึงสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มการเข้าถึงยาหรือเวชภัณฑ์ต่างๆ เช่น ชุดตรวจคัดกรองป้องกันโรค รวมไปถึงการพบแพทย์เพื่อรักษาในกลุ่มโรคเบื้องต้นผ่านตู้ยา Medis ได้อีกด้วย 

"เราจึงมีช่องเสียบบัตรประชาชนไว้เพื่อรองรับ สามารถใช้ในการยืนยันตัวตนก่อนพบแพทย์ผ่านระบบเทเลเมดิซีน หรือเพื่อรับยา เวชภัณฑ์ ชุดตรวจต่างๆ ตามสิทธิได้ ซึ่งหากหน่วยงานรัฐสนใจให้เราร่วมมือในการดูแลสุขภาพของประชาชน ผ่านการใช้ประโยชน์จากตู้ยา Medis เราก็ยินดี" เจ้าของตู้ยาดังกล่าว ระบุ

เล็งขยาย 200 ตู้ในสิ้นปี ชี้คุ้มค่ากว่าการลงทุน ‘ร้านยา’ 

ดร.สิทธิชัย ให้ภาพอีกว่า ในปัจจุบันตู้ยา Medis อยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยโรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ กทม. เป็นหลัก มุ่งเน้นกลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม โดยในช่วงต้นปีเพิ่งเริ่มติดตั้งตู้ยาอัตโนมัติ จำนวน 40 ตู้ ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับที่ดี และยังตรงกับ Pain Point ที่มอง กล่าวคือยอดขายจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลังเวลา 3 ทุ่มเป็นต้นไป ทำให้เมื่อผ่านพ้นครึ่งปีแรกนี้ จำนวนตู้ยา Medis ก็เพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนถึง 100 ตู้

5

ทั้งนี้ เป้าหมายของเจเอสพี คือเมื่อพ้นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ไปแล้ว จะมีตู้ยา Medis กระจายตัวไปใน กทม. อย่างน้อย 200 ตู้ ก่อนที่ถัดไปจะมีการขยายสู่พื้นที่ จ.ชลบุรี และหัวเมืองใหญ่ๆ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวต่อไป

เขาย้ำด้วยว่า ภายในตู้ยาอัตโนมัตินี้ เกือบทั้งหมดจะเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ประชาชนเข้าถึงหรือหาซื้อได้เอง และยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องสำอางต่างๆ ในตู้ส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าที่โรงงานเจเอสพีผลิต รวมไปถึงยังเป็นผลิตภัณฑ์จากลูกค้าของโรงงานที่วางจำหน่ายด้วย

ดังนั้น ‘ข้อดี’ คือจะเป็นยา เวชภัณฑ์ที่มีราคาถูก เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายโดยตรงจากผู้ผลิต ไม่ผ่านกลไกคนกลาง ซึ่งก็ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสมอีกด้วย

“ในทิศทางของธุรกิจ เจเอสพีมองว่ามีโอกาสเติบโตอย่างมาก เพราะหากเราจะลงทุนร้านยาเพื่อวางขายสินค้าของเรา หากอยากได้สัก 100 แห่งก็ต้องลงทุนระดับพันล้านบาท แต่ตู้ยา Medis มีต้นทุน 3 แสนบาทต่อตู้ เราตั้งเป้า 200 แห่ง ก็ลงทุนประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งเทียบแล้วก็คุ้มค่ากว่าการเทคโอเวอร์ร้านยา เพราะตู้ยา Medis มีโอกาสขยายได้อีก และยังสามารถเพิ่มเติมเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนดีขึ้นได้” ดร.สิทธิชัย ให้ภาพ

6