ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บอร์ด สปส. สัดส่วนลูกจ้าง เสนอให้ประกันสังคมเปลี่ยนมุมมอง ‘ความยั่งยืนกองทุน’ ใหม่ ระบุ ต้อง ‘ทวีคูณ’ บางสิทธิประโยชน์ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตดี ส่งผลต่อความมั่นคงกองทุน


รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) สัดส่วนผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) เปิดเผยกับ “The Coverage” ถึงการจัดเวทีรับฟังความเห็นในประเด็นความยั่งยืนของกองทุนจากภาคการเมือง นายจ้าง และลูกจ้าง เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2567 ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของบอร์ด สปส. ตอนหนึ่งว่า ในฐานะตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนได้เสนอว่า การที่นักประชากรศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย บางกลุ่ม มองว่าการให้สิทธิประโยชน์เป็นสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับความยั่งยืนของกองทุนนั้น อาจเป็นวิธีการมองที่ไม่เหมาะสม นั่นเพราะการให้สิทธิประโยชน์ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้กองทุนล้มละลาย

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมองถึงตัวชี้วัดอื่นๆ ที่ทำให้กองทุนประกันสังคมเติบโตขึ้นด้วย เช่น เป็นเพราะกองทุนให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตน ช่วยรักษาชีวิตคนไม่ให้ล้มละลายจากการเจ็บป่วย การมีบำนาญให้ผู้สูงอายุ ฯลฯ เพราะหลักการของกองทุนประกันสังคมไม่เหมือนกับประกันเอกชน จึงไม่สามารถมองด้วยการใช้หลักการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยเพียงอย่างเดียวได้

“สิทธิประโยชน์หลายเรื่องสามารถสร้างตัวทวีคูณได้ เช่น สิทธิการลาคลอด สิทธิประโยชน์การเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของคนวัยทำงานดีขึ้น ส่งผลให้สบทบกองทุนได้นานขึ้น ฉะนั้นจึงมีความพยายามเสนอแนวคิดตัวทวีคูณความเสมอภาค ซึ่งเป็นการทำให้สังคมมีความเสมอภาคมากขึ้น ก็จะทำให้กองทุนฯ มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยเรื่องนี้ รมว.แรงงาน ก็ขานรับ” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

บอร์ด สปส. สัดส่วนลูกจ้าง กล่าวต่อไปว่า เรื่องการสื่อสารก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จำเป็น เพราะต้องมีการ จัดลำดับความสำคัญ และวางระยะเวลาในการสื่อสารที่ดี ยกตัวอย่างความยั่งยืนของกองทุน ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ คงเป็นเรื่องที่ลำบากหากจะสื่อสารเรื่องการปรับเพดานการสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตน และก็คงยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำในช่วงนี้ เพราะรัฐบาลมีเงินคงค้างกับ สปส. ราว 5-6 หมื่นล้านบาท และยังไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย 

อย่างไรก็ดี หาก สปส. สามารถดึงเงินคงค้างของรัฐบาลพร้อมดอกเบี้ยกลับมาได้ ก็จะทำให้สิทธิประโยชน์ขยายได้ ส่งผลให้ผู้ประกันตนรู้สึกถึงความจำเป็นในการสมทบเพิ่มเติม ฉะนั้นส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องมีการสื่อสาร และจัดลำดับความสำคัญ 

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ในส่วนเรื่องการรับฟังความเห็นนั้น ส่วนตัวอยากให้เปิดให้ประชาชนเข้าถึงมากกว่านี้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนอาจเปิดสาธารณะได้ โดยบอร์ด สัดส่วนผู้ประกันตนอยากให้เรื่องต่างๆ เป็นสาธารณะ ทว่าทาง สปส. ก็มีความกังวลว่าข้อมูลในการพูดคุยเป้นการบริหารงานราชการ เป็นข้อมูลความลับ ซึ่งในฐานะที่เป็นกรรมการก็ได้สะท้อนในประเด็นนี้ไปแล้ว