ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

“โรคผิวหนัง” เป็นอีกหนึ่งโรคสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
 
ทว่า ปัจจุบันยังมีความแตกต่างในการเข้าถึงบริการด้านการวินิจฉัยและการรักษาเฉพาะทางด้านโรคผิวหนัง ระหว่างผู้ป่วยที่อยู่ ‘ต่างจังหวัด’ และ ‘ในเมืองหลวง’ อยู่

เนื่องจากแพทย์ผิวหนังมีจำนวนน้อยและมักกระจุกตัวอยู่ในภาคเอกชน ทำให้มีแพทย์ผิวหนังไม่เพียงพอในโรงพยาบาลทุกจังหวัด

จำนวนแพทย์ผิวหนังทั่วประเทศในปี 2563 พบว่า มีสัดส่วนแพทย์ 1 คนต่อประชากรประมาณ 400,000-1,500,000 คน มากไปกว่านั้น ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และแทบจะเป็นเรื่องยากที่ระบบปฐมภูมิจะมีแพทย์ผิวหนังเพียงพอต่อการให้บริการ การวินิจฉัยแ ละรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการดูแลอย่างต่อเนื่องแก่ผู้สูงอายุที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เห็นถึงช่องว่างในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนังในผู้สูงอายุ จึงร่วมกันพัฒนางานวิจัยเพื่อออกแบบระบบที่จะสามารถเป็นฐานความรู้ในการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิสำหรับการดูแลโรคผิวหนังในผู้สูงอายุ 

นอกจากการดำเนินงานวิจัยแล้ว ยังจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ ผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมการแพทย์ นักวิจัย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ผู้แทนจากสมาคมแพทย์ผิวหนัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนจากโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่การศึกษาวิจัย ฯลฯ 

เพื่อรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการจัดระบบบบริการสุขภาพปฐมภูมิด้านโรคผิวหนัง ให้สามารถตอบสนองความต้องการและสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนประเมินความเป็นไปได้ในการขยายผลการพัฒนาระบบบริการดังกล่าว

ในเวทีมีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ ความท้าทายของการพัฒนาการดูแลสุขภาพปฐมภูมิภายใต้บริบทการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดย รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ รองคณบดี ฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งสิ่งสำคัญในการพัฒนาบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดย ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. และการขับเคลื่อนบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดย นพ.อภิสรรค์ บุญประดับ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2567 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จ.นนทบุรี