ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ประเทศไทยมีเด็กถึงกว่า 1.2 แสนคน ที่ต้องเติบโตขึ้นมาในสถานรองรับ เช่น สถานสงเคราะห์ บ้านเด็กกำพร้า ฯลฯ นั่นยังไม่นับรวมถึงเด็กที่ต้องเติบโตมาในสถานรองรับรูปแบบอื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีข้อมูลจำนวนที่ชัดเจนอีกด้วย

ข้อมูลข้างต้นคือส่วนหนึ่งที่ปรากฎอยู่ในงานวิจัยของ ดร.กัณฐมณี ลดาพงษ์พัฒนา เครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย (Alternative Care Thailand) ซึ่งเธอยังได้มาเปิดเผยถึงแง่มุมอื่นๆ ของเรื่องนี้ ผ่านงานเสวนาพิเศษ “การปกป้องเด็กจากการกระทำความรุนแรงทางเพศ: ความท้าทาย และกุญแจสำคัญของการก้าวต่อไปข้างหน้า” ภายในการประชุมสุดยอดการคุ้มครองเด็ก “Child Protection Summit 2024” เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับการประชุมฯ ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิเด็กโลก (World Childhood) ร่วมกับ มูลนิธิพิทักษ์และเดินหน้าคุ้มครองเด็ก (Safeguardkids) ในครั้งนี้ นับเป็นการเดินหน้าปกป้องและต่อต้านการล่วงละเมิดสิทธิเด็ก และเยาวชน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) อีกด้วย

70% ใน ‘บ้านเด็กกำพร้า’ ไม่ใช่ ‘เด็กกำพร้า’

“1 ใน 4 ของเด็กไทย หรือราว 12 ล้านคน ไม่ได้อยู่กับพ่อ แม่” ดร.กัณฐมณี เปิดประเด็น ก่อนที่เธอจะเล่าต่อไปถึงข้อค้นพบอื่นๆ จากงานวิจัย โดยระบุว่ากลุ่มประชากรผู้ที่ดูแลเด็กส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มสุภาพสตรีที่มีอายุประมาณ 55 ปี มีปัญหาสุขภาพ และในบางรายอาจต้องให้การเลี้ยงดูเด็กมากกว่า 1 คน

ซ้ำร้าย บางรายยังต้องดูแลเด็กที่มีภาวะพิการ หรือผู้ป่วยติดเตียงร่วมด้วย กลายเป็นภาระอันหนักอึ้งของผู้ที่ต้องดูแล ซึ่งเมื่อมองจากสภาวการณ์เช่นนี้ รวมไปถึงปัญหาความยากจน เศรษฐฐานะของผู้ดูแล ทำให้บ่อยครั้งจึงมี ‘ความเสี่ยง’ ที่เด็กเหล่านี้จะถูกส่งเข้าไปดูแลอยู่ใน ‘สถานรองรับ’ ประเภทต่างๆ ที่ดูแลเด็กแบบกิน-นอน เช่น สถานสงเคราะห์ หรือบ้านเด็กกำพร้า