ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สมาคม อบจ. แห่งประเทศไทยจัดประชุมร่วม “8 หน่วยงานตระกูล ส.” ชี้แจงขอบเขต-พูดคุยทำความเข้าใจงานปฐมภูมิ หลังถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. ก่อนเซ็น MOU 30 พ.ย. นี้ ระบุ ถ่ายโอนด้านสุขภาพเกี่ยวข้องกับชีวิต ต้องพัฒนาศักยภาพ-ควบคุมมาตรฐานการรักษาปฐมภมิ 


นายชูพงศ์ คำจวง อุปนายกสมาคม ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “The Coverage” ตอนหนึ่งว่า ในวันนี้ (22 พ.ย. 2566) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประเทศไทยได้จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงานตระกูล ส. จำนวน 8 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) และสถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) เพื่อชี้แจงขอบเขตหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกันกับ อบจ. ในอนาคต หลังจากรับถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มา 

ทั้งนี้ โดยสืบเนื่องจากที่เคยเข้าพบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สธ. ผู้บริหาร สธ. และหน่วยงานตระกูล ส. ทั้ง 8 หน่วยงาน ในการพูดคุยกันเพื่อทำความเข้าใจในการพัฒนาศักยภาพการรักษาขั้นปฐมภูมิให้มีมาตรฐานก่อนหน้านี้ เพราะการถ่ายโอนด้านสุขภาพเกี่ยวข้องกับชีวิต ฉะนั้นจึงต้องมีการควบคุมมาตรฐานในการรักษาร่วมกับหน่วยงานสนับสนุน และส่งเสริมงานด้านปฐมภูมิ และทุติยภูมิร่วมด้วย 

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการพูดคุยซักซ้อมทำความเข้าใจแล้วนั้น ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) เรื่องการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ระหว่างสมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย และตัวแทนจากหน่วยงานตระกูล ส. ทั้ง 8 หน่วยงาน ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. 2566 นี้ด้วยเช่นกัน

“การย้ายจากบ้านเก่ามาบ้านใหม่ก็จะมีปัญหาและอุปสรรค ถ้าสามารถหันหน้าเข้าหากัน พบปะพูดคุยกันทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะเริ่มนโยบายในการหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยวางแผนมาตรฐานงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ บุคลากร อาคารสถานที่ เทคโนโลยี ฯลฯ ที่จะพัฒนาให้ปฐมภูมิดีขึ้น” นายชูพงศ์ ระบุ 

นายชูพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคตทางสมาคม อบจ. จะมีการร่วมพูดคุยกับสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย และสมาคมสันนิบาตเทศบาล (เทศบาล) แห่งประเทศไทยด้วย รวมถึงเตรียมพูดคุยกับ 9 กรม ในสังกัด สธ. เช่น กรมอนามัย กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ฯลฯ เพื่อให้การทำงานในระดับปฐมภูมินั้นครบวงจรมากขึ้น