ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ว่ากันตามมาตรฐานการรักษาแล้ว ผู้ป่วย ‘โรคหลอดเลือดสมอง’ จำเป็นต้องได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง

ถ้าได้รับยาทันเวลา จะช่วยลดการเกิดความพิการและเสียชีวิตได้

จึงเป็นเรื่องดีที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทำงานเชิงรุก ด้วยการใช้รถ Mobile Stroke Unit หรือ ‘หน่วยโรคหลอดเลือดสมองเคลื่อนที่’ ซึ่งเป็นยูนิตที่อยู่ภายใต้สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ เข้าไปให้บริการผู้ป่วย

ตัวอย่างการดำเนินงานที่น่าสนใจอยู่ที่ .ระนอง

1

ขณะนี้ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ได้เลือก จ.ระนอง เป็นพื้นที่นำร่องในการพัฒนาต้นแบบการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเชิงรุก จึงได้นำรถ Mobile Stroke Unit มาประจำการที่โรงพยาบาลระนอง เป็นเวลา 1 เดือน (ระหว่างวันที่ 1 - 28 กุมภาพันธ์ 2566)

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และเป็นต้นแบบให้แก่หน่วยงานเครือข่ายได้พัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการส่งต่อที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

2

นพ.นรเทพ อัศวพัชระ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง (สสจ.ระนอง) บอกว่า ได้รับรายงานจาก นพ.อรุณ สัตยาพิศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระนอง ถึงผลการปฏิบัติการของ Mobile Stroke Unit โดยพบว่า เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา สามารถช่วยผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นชายไทย อายุ 51 ปี เกิดอาการผิดปกติระหว่างขับรถ แขนขาข้างขวาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ญาติจึงโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทีมพยาบาล EMS โรงพยาบาลกระบุรี ได้เข้ารับผู้ป่วยที่จุดเกิดเหตุภายในเวลา 10 นาที

ทั้งนี้ พบผู้ป่วยแขนขาข้างขวาอ่อนแรง ยกได้เล็กน้อย พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง จึงรีบส่งตัวผู้ป่วย พร้อมทั้งประสานทีมแพทย์และพยาบาลประจำ mobile stroke unit ออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วย ณ ตลาดกลางยางระนอง ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดโดยใช้ระยะเวลาเดินทางเพียง 25 นาที

3

แพทย์ได้ทำการ CT Scan และให้ยาละลายลิ่มเลือดบนรถ Mobile Stroke Unit ก่อนส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการดูแลต่อเนื่องที่โรงพยาบาลระนอง

แน่นอน ผู้ป่วยหลังได้รับยาอาการดีขึ้น แขนขาขวากลับมามีแรงปกติ พูดชัดเจน และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

สิ่งสำคัญที่สุดของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง คือการเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วที่สุด ดังนั้น หากพบผู้ที่มีอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชาบริเวณใบหน้า ปวดมึนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัวแบบเฉียบพลัน ขอให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 หรือนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที อย่ารอว่าอาการจะดีขึ้น เพราะยิ่งผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วเท่าใด ยิ่งลดความเสี่ยงของภาวะสมองขาดเลือด และลดความรุนแรงของการทุพพลภาพได้มากขึ้นเท่านั้น นพ.นรเทพ ระบุ