แนะ ปชช.เตรียม 'กระเป๋ายังชีพฉุกเฉิน' จัดของใช้จำเป็นให้เพียงพออย่างน้อย 3 วัน สพฉ.เตือนติดตามข่าวน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

thumbnail

สพฉ.แนะประชาชนติดตามข่าวสารน้ำท่วมต่อเนื่อง จัดเตรียม "กระเป๋ายังชีพฉุกเฉิน" ให้เพียงพอต่อคนในบ้านอย่างน้อย 3 วัน ระวังอันตรายไฟดูด-รถตกน้ำ เร่งเตรียมการรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินพื้นที่อุทกภัย


ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัย ควรมีการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมกระเป๋ายังชีพฉุกเฉิน ให้เพียงพอต่อจำนวนคนในบ้านอย่างน้อย 3 วัน โดยสิ่งของที่ควรมี เช่น อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน น้ำดื่ม น้ำสะอาด ยารักษาโรคประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล กระดาษชำระ ถุงขยะ ไฟฉาย  แบตเตอรี่สำรอง เสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ 

ทั้งนี้ ยังต้องระวังถึงอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เมื่อเกิดน้ำท่วม เช่น เมื่อน้ำเริ่มเข้าบ้านชั้นล่าง ควรตัดสวิทช์เบรคเกอร์ไฟฟ้าของชั้นนั้นๆ ไม่ควรเดินลุยน้ำใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือจับวัตถุโลหะที่แช่น้ำ เพื่อป้องกันการถูกไฟดูด นอกจากนี้อุบัติเหตุที่มักเกิดได้จากเหตุน้ำท่วมในครั้งก่อน คือการที่รถตกลงไปในน้ำ ผู้ขับขี่ไม่ควรขับรถบนถนนที่มีน้ำไหลเชี่ยว เพราะแม้แต่รถบรรทุกขนาดใหญ่ก็ยังสามารถที่จะถูกน้ำพัดไปได้ รวมถึงการขับรถไปบนถนนที่มีน้ำท่วมขังหากไม่คุ้นเคยอาจมองไม่เห็นขอบทางและพลัดตกลงไปในแหล่งน้ำข้างทางได้

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สพฉ.ได้จัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมพร้อมที่จะสนับสนุนทรัพยากรด้านการแพทย์ฉุกเฉินแก่หน่วยงานต่างๆ ที่กำลังเร่งช่วยเหลือประชาชนอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หรืออาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยต่างๆ เป็นต้น

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ในแง่ของการเตรียมการหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่อุทกภัย ขณะนี้ได้ตรวจสอบไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดต่างๆ พบว่าในทุกพื้นที่ยังสามารถให้บริการได้ โดยประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 หากพื้นที่ใดที่รถพยาบาลปกติ ไม่สามารถเข้าไปได้ ก็จะมีการประสานใช้ยานพาหนะอื่น เช่น เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ รถยกสูง รถหกล้อใหญ่ หรือแม้แต่เฮลิคอปเตอร์หากมีความจำเป็น

"ในปัจจุบันได้มีการออกประกาศให้สามารถใช้เงินกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อจ่ายชดเชยให้กับหน่วยปฏิบัติการที่ใช้ยานพาหนะพิเศษเหล่านี้ได้" เลขาธิการ สพฉ. ระบุ