ผุดโควิดสายพันธุ์ใหม่ 'แลมบ์ดา' WHO จับตาควบคู่ 'เดลตาพลัส' เพิ่มความสามารถแพร่เชื้อมากขึ้น

thumbnail

องค์การอนามัยโลก จับตาโควิด-19 สองพันธุ์ใหม่ "แลมบ์ดา-เดลตาพลัส" พัฒนาความสามารถการแพร่เชื้อ เริ่มพบมากขึ้นในหลายประเทศ


องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เชื้อโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ “แลมบ์ดา” (Lambda) หรือชื่อเป็นทางการ “C.37” ซึ่งพบครั้งแรกในเปรู จัดเป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ (Variant of Interest) หลังพบความชุกที่เพิ่มขึ้นใน 29 ประเทศ โดยเฉพาะทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ WHO ยังได้แถลงถึงการจับตาเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ "เดลตาพลัส" ซึ่งกลายพันธุ์จากสายพันธุ์เดลตา ที่พบการแพร่ระบาดครั้งแรกในประเทศอินเดีย โดย WHO ระบุว่าไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ รวมถึงทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยหนักกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดา ได้ถูกตรวจพบในประเทศเปรู สูงถึง 81% นับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับประเทศชิลี ที่ตรวจพบสายพันธุ์ดังกล่าว 32% ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น อาร์เจนตินา และเอกวาดอร์ ก็มีรายงานถึงความชุกที่เพิ่มขึ้นของสายพันธุ์ใหม่นี้ด้วยเช่นกัน

WHO รายงานว่าสายพันธุ์แลมบ์ดา มีการกลายพันธุ์ที่อาจเพิ่มความสามารถแพร่เชื้อ หรือทำให้เชื้อต่อต้านภูมิคุ้มกันมากขึ้น อย่างไรก็ตามหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ยังมีไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้น