อภ.ลุยผลิตยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ ต่อไป แม้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่อง ‘สิทธิบัตร’ เดินหน้าตุนวัตถุดิบเพื่อความมั่นคง

thumbnail

ผอ.องค์การเภสัชกรรม เดินหน้าผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ต่อไป แม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องสิทธิบัตรยา ลุยสต็อกวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางยาให้ไทย


นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2564 ตอนหนึ่งว่า แม้ว่าจะรอความชัดเจนเรื่องการยื่นขอสิทธิบัตรยาฟาวิพิราเวียร์ (Favilavir) อยู่ แต่ อภ.ก็จะเดินหน้าผลิตยาต่อไป โดยขณะนี้จะสต็อกวัตถุดิบจากอินเดียและจีนเพื่อทยอยผลิต ซึ่งหากผลิตในระดับอุตสาหกรรมก็จะใช้โรงงานผลิตยาที่รังสิต จ.ปทุมธานี จำนวนประมาณ 1 ล้านเม็ด

นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า คาดว่า อภ.จะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ราวๆ เดือน ส.ค. 2564 ซึ่งระหว่างนี้ก็จะเป็นการผลิตเพื่อวิจัยและซื้อวัตถุดิบมารอ ส่วนในอนาคตหากบริษัทต่างชาติที่ยื่นขอสิทธิบัตรได้รับการจดสิทธิบัตร ก็จะต้องมีการเจรจาต่อไปว่าจะมีทางออกอย่างไรกับล็อตที่ผลิตไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะมีทางออกอยู่

นพ.วิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ระหว่างนี้ ทาง อภ. ได้จัดหายาเม็ดสำเร็จเข้ามาใช้อยู่ โดยในเดือน พ.ค.นี้ จะสั่งเพิ่มอีก 3 ล้านเม็ด และจะทยอยเข้ามาเพิ่ม เพราะถึงแม้ว่าจะเพิ่งนำเข้ามา 2 ล้านเม็ด แต่อัตราการใช้ยาขณะนี้ค่อนข้างสูง จำเป็นต้องสั่งเพิ่มอีก 3 ล้านเม็ด และจะพิจารณาสั่งเพิ่มอีกในเดือนต่อๆ ไป จนถึงเดือน ส.ค. 2564 ที่ประเทศไทยสามารถผลิตเองได้

“ภาวการณ์ระบาดและการเข้าถึงยาของประชาชนเป็นสิ่งที่สังคมต้องการ เป็นเรื่องที่เราทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ และถึงแม้ อภ.จะผลิตเองได้นั้น แต่ในช่วงแรกอาจจะต้องมีการนำเข้ายามาเพื่อประคองสถานการณ์ไปจนกว่าเราจะนิ่ง เพราะเราไม่ต้องการให้ประเทศอยู่ในความเสี่ยง และเชื่อว่ามีทางออกที่ดีสำหรับประเทศไทย” นพ.วิฑูรย์ กล่าว

อนึ่ง ปัจจุบัน อภ. มีศักยภาพและมีความพร้อมในการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ แต่แม้ว่า อภ.จะได้รับทะเบียนตำรับแล้วก็ยังไม่กล้าผลิตออกมาจำหน่าย เนื่องจากคำขอสิทธิบัตรยาของบริษัทยาต้นแบบยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ หาก อภ. ตัดสินใจผลิตยาออกมาจำหน่าย และท้ายที่สุดกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้สิทธิบัตรบริษัทยาต้นแบบ อภ.ก็จะมีความเสี่ยงถูกฟ้องร้องได้