รัฐบาลท้องถิ่นอินเดีย เสนอโมเดลหลักประกันสุขภาพ : ทุ่ม 1.4 หมื่นล้านบาท ดูแลทุกคนในรัฐ ‘ราชสถาน’ ครอบคลุม 69 ล้านชีวิต

thumbnail

รัฐบาลท้องถิ่นแห่งรัฐราชสถาน ทางทิศตะวันตกของอินเดีย เตรียมทำหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชนทุกคนในรัฐ ครอบคลุมประชากรเกือบ 69 ล้านคน

เมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา รัฐมนตรีประจำรัฐราชสถาน อโชค เกห์ลอท (Ashok Gehlot) ได้ขอจัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพจากรัฐสภาแห่งรัฐราชสถาน รวม 3.5 หมื่นล้านรูปี (ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท) เพื่อทำโครงการประกันสุขภาพในปีงบประมาณ 2564-2565

โดยจะจัดสรรงบประมาณดูแลสุขภาพและค่ารักษาพยาบาลให้ครอบครัวละ 5 แสนรูปี (ประมาณ 2 แสนบาท)

"นี่เป็นครั้งแรก ที่ประเทศเราจะมีการประกันสุขภาพให้กับประชากรทั้งรัฐ ซึ่งจะเริ่มต้นในอีกหนึ่งปีข้างหน้า” เกห์ลอท ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวท้องถิ่น

นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นแห่งรัฐราลสถานกำลังจัดทำร่างกฎหมายสิทธิด้านสุขภาพ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาท้องถิ่นเร็วๆ นี้

ร่างกฎหมายดังกล่าวเน้นส่งเสริมระบบสุขภาพปฐมภูมิ การป้องกันและรักษาโรค ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ที่เสนอให้ประชากรทุกประเทศเข้าถึงระบบสุขภาพที่มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงจากการล้มละลาย เพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดให้ทุกชุมชนมีหน่วยบริการปฐมภูมิ และส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย โดยหน่วยบริการต้องเก็บข้อมูลของคนไข้ไว้เป็นความลับ 

“เกห์ลอท” คาดหวังว่ารัฐราชสถานจะเป็น "โมเดลด้านสาธารณสุข" ให้กับรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐอื่นๆ ในอินเดีย ซึ่งกำลังวางแผนทำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตามแนวทางที่กำหนดโดยรัฐบาลกลางของอินเดียตั้งแต่ปี 2010 เพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ประชาชนทุกคนในอินเดีย 

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียจึงเน้นสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และพัฒนาอุตสาหกรรมยา เพื่อให้การดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดขึ้นได้ 

ในปี 2017 รัฐบาลกลางของอินเดียริเริ่มนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่เรียกว่า Ayushman Bharat มีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้มีรายได้น้อย ผู้หญิง และผู้สูงอายุ รวม 100 ล้านคน ขณะที่แรงงานและข้าราชการได้รับสิทธิประกันสุขภาพผ่านโครงการอื่นๆ 

อย่างไรก็ดี ด้วยจำนวนประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคนในอินเดีย รัฐบาลอินเดียจึงพบกับความท้าทายจากภาระด้านงบประมาณ หากจะให้ประชาชนทุกคนรักษาฟรี

รัฐบาลท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องก้าวขึ้นมา มีบทบาทในการนำร่องทำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และใช้งบประมาณจากภาษีที่จัดเก็บในท้องถิ่น เพื่อจ่ายค่าดูแลสุขภาพให้ประชาชน

แม้ว่าอินเดียจะพยายามพัฒนาระบบสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการทางการเงินภายใต้รัฐบาลกลางของอินเดียรายงานว่า ค่าใช้จ่ายสุขภาพในอินเดียมากกว่า 70% จ่ายโดยผู้ป่วย ส่งผลให้ชาวอินเดียมากกว่า 60 ล้านคนล้มละลาย และตกสู่ใต้เส้นความยากจนในทุกปี 

รายงานชิ้นนี้ยังชี้ให้เก็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสุขภาพ ที่ปรากฎให้เห็นในช่วงโรคระบาดโควิด 19 ซึ่งผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงการบริการสุขภาพของรัฐได้เทียบเท่าคนในเมือง 

นอกจากนี้ การลงทุนด้านสาธารณสุข จำนวนบุคลากรและทรัพยากร ยังคงมีความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐ ส่งผลให้ชาวอินเดียจำนวนมากต้องพึ่งพาโรงพยาบาลเอกชน แม้จะมีอาการโรคเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น อาการไข้ และท้องเสีย  

ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่จ่ายโดยรัฐบาลและสหภาพแรงงาน คิดเป็น 1% ของจีดีพีเท่านั้น เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปี 2018-2019 ที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีสัดส่วน 0.96% ของจีดีพี

คณะกรรมการทางการเงินเสนอว่า ต้องเพิ่มอัตราส่วนนี้เป็น 2.5% ภายในปี 2025 หากต้องการให้ระบบสุขภาพอินเดียก้าวหน้ากว่านี้

รัฐบาลท้องถิ่นยังเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นหลัก คิดเป็นอัตราส่วน 70% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่จ่ายโดยรัฐบาลทั้งหมด ขระที่รัฐบาลกลางออกค่าใช้จ่ายเพียง 30% เท่านั้น