โควิด-19 'บุกรก' ความฝัน ผู้เชี่ยวชาญแนะจัดการความเครียด ป้องกัน 'ฝันร้าย' ทำลายคุณภาพชีวิต

thumbnail

ความฝันที่ทำเราตกใจตื่น ฝันเห็นฝูงแมลงโจมตีเมือง หนีคลื่นซึนามิ หรือถูกขังในห้องคนเดียว อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกความเครียดที่เกิดจากโรคระบาดโควิด-19

"ซูซาน รับแมน" (Susan Rubman) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจากศูนย์การแพทย์ Yale Medicine ภายใต้คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล ได้ออกมาให้ความเห็นผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้

มีรายงานว่าหลายคนเล่าถึงความฝันที่บ่งชี้ความเครียด หรือสภาวะกดดัน จากการใช้ชีวิตกับโรคระบาดและมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

“พบว่ามีคนฝันแปลกๆ หรือฝันร้ายถี่ขึ้นในช่วงโรคระบาด” รับแมนกล่าว “ฝันร้ายเป็นวิธีการบริหารความเครียดที่เราต้องเจอในระหว่างวัน”

ความเครียดที่นำพาไปสู่ฝันร้ายมาจากหลายปัจจัย เช่น ความจำเป็นต้องทำงานอยู่บ้านอย่างโดดเดี่ยว ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมมาใส่หน้ากากอนามัย ไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข หรือการอ่านข่าวโควิด-19บ่อยๆ ก็มีผลต่อความคิด

และ “มันสามารถบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ความฝันของเราได้”

“ฝันร้ายสะท้อนความพยายามของเราในการหลีกเลี่ยงภัยคุกคามที่มีผลต่อความมั่นคง การอยู่รอด หรือความมีตัวตนของเรา ผู้ใหญ่ 50-80% ล้วนเคยฝันร้าย เด็กมากถึง 50% ก็พบฝันร้ายเช่นกัน”

ความเห็นของรับแมนสอดคล้องกับการสำรวจลักษณะความฝันของผู้คนในช่วงโรคโควิด-19 ระบาด ของ "แดร์เอทรี บาร์เรทท์" (Deirdre Barrett) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ในภาควิชาจิตเวช คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

แบบสอบถามออนไลน์ของบาร์เรทท์ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,500 คน ซึ่งเล่าความฝันมากถึง 6,000 เรื่อง

"บาร์เรทท์" พบกลุ่มความฝันที่สะท้อนความหวาดกลัวต่อการติดเชื้อไวรัส เช่น ฝันว่าตัวเองหายใจไม่ออก มีไข้รุนแรงในฝัน ผู้เข้าร่วมการสำรวจคนหนึ่งเล่าว่าตัวเองมองไปที่ท้อง แล้วเห็นเทปสีฟ้าพันอยู่รอบท้อง ในฝันบอกเธอว่านี่คือสัญญาณของการติดเชื้อไวรัส

กลุ่มความฝันอีกลักษณะ คือความฝันที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับโรคระบาด แต่มีสถานการณ์หรือสัญลักษณ์ที่สะท้อนความเครียดจากการเผชิญกับโรคระบาด หลายคนฝันเห็นฝูงแมลงโจมตีเมือง กองทัพแมลงสาบวิ่งไล่ล่าตัวเอง เห็นหนอนยั้วเยี้ยเต็มไปหมด หรือเห็นตั๊กแตนที่มีเขี้ยวยาวเหมือนแวมไพร์

“เวลาที่ความฝันมีแมลง มันอาจมีความหมายมากกว่านั้น ฉันคิดว่าแมลงตัวเล็กเปรียบเสมือนสิ่งเล็กๆหลายๆสิ่ง เมื่อรวมตัวกันแล้วสามารถทำให้เราเจ็บ หรือฆ่าเราได้ นี่อาจเหมือนกับเชื้อไวรัสหลายๆตัว”

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามยังระบุถึงความฝันที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติ หรือภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น ฝันว่าตนเองโดนซึนามิถล่ม มีพายุทอร์นาโดหรือเฮอร์ริเคนซัดกระหน่ำ ประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหว หนีไฟไหม้ หรือ มีผู้ร้ายยิงกันบนถนนจนตนเองต้องหลบอยู่ในบ้าน

ความฝันที่เกี่ยวข้องกับฝูงแมลงและมหัตภัย ล้วนเคยเจอในกลุ่มคนที่อยู่ในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ปี 2544 หรือ 9/11 ซึ่งผู้ก่อการร้ายโจมตีพื้นที่สัญลักษณ์ทางการเมืองและความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งมีการจี้เครื่องบินสองลำ ให้บินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก

ผู้เข้าร่วมสำรวจบางคนเล่าว่าฝันเห็นตนเองอยู่ในที่สาธารณะ แล้วนึกได้ว่าตนไม่ใส่หน้ากากอนามัย จึงรู้สึกกลัวเวลามีคนเดินเข้ามาใกล้ คนหนึ่งฝันว่าตัวเองใส่หน้ากากอนามัยคนเดียวในเมือง มีคนที่ไม่ใส่หน้ากากเดินมาเข้ามาล้อม แล้วร่วมกันไอใส่เขา

ผู้ตอบแบบสอบถามที่ต้องทำงานจากบ้าน ฝันว่าตนเองถูกขังคุก ผู้หญิงคนหนึ่งฝันว่าโดนส่งไปดาวอังคารคนเดียว เพื่อทำภารกิจสร้างอาณานิคมใหม่ อีกคนหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องอยู่กับลูกๆตลอดเวลาในบ้าน ฝันว่าตนเองโดนบังคับให้ต้องดูแลเพื่อนของลูกๆ ทั้งชั้นเรียน

"บาร์เรทท์" เห็นว่าความฝันเล่านี้สะท้อนความกังวลที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้ากับมาตรการเว้นระห่างทางสังคม
สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งมีจำนวน 600 คนในกลุ่มตัวอย่าง หลายคนมีความฝันที่เข้าข่าย “Trauma” หรืออาการบาดเจ็บชอกช้ำทางใจ โดยมักเป็นความฝันที่ตรงไปตรงมาและบ่งชี้สิ่งที่พวกเขาต้องเจอในทุกวัน

บางคนฝันว่าต้องดูแลคนติดเชื้อโควิด-19 และพยายามทำทุกอย่างในฝันเพื่อยื้อชีวิตคน แต่ไม่สำเร็จ พยายามใส่เครื่องช่วยหายใจให้ผู้ป่วย แต่ใส่กี่ครั้งก็ใส่ไม่ได้ หรือพยายามเปิดเครื่อง แต่เปิดไม่ติดสักที

"คริสทิน วอน" (Christine Won) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจากศูนย์การแพทย์ Yale Medicine กล่าวว่าการฝันไม่ดีบ่อยครั้ง จะรบกวนคุณภาพและจำนวนชั่วโมงการนอน ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทางกายได้ เช่น ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง โรคสมองเสื่อม และโรคหัวใจ

วิธีการแก้ไขปัญหา คือ สร้างกิจวัตรประจำวันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ออกกำลังกายเป็นประจำ กินอาการที่มีประโยชน์ บริหารจิตใจสม่ำเสมอ รวมทั้งหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หซึ่งเป็นตัวรบกวนการนอน

หากมีภาวะวิตกกังวลหรือกระสับกระส่าย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและการนอนหลับ รวมทั้งสำรวจความฝันของตัวเองอย่างจริงจัง

เพราะถ้าฝันร้ายบ่อยๆ ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาในชีวิตจริง ที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วน